Thursday, July 25, 2013
ป่าช้าราชวงศ์หมิง สุสานของจักรพรรดิหมิง13 ท่าน
โดยทั่วไปผู้ที่เดินทางไปปาตาหลิง มักเดินทางไป ฮวงซุ้ยราชวงศ์หมิง (Ming tombs) ในคราวเดียวกันป่าช้านี้ตั้งอยู่ในแนวบังของเทือกเขาทางเหนือ ตะวันออกและตะวันตก และเป็นที่ฝังศพของจักรพรรดิหมิง13 พระองค์จากทั้งหมด 16 พระองค์ ผังสุสานนี้สร้างตามแนวคิดเมืองจีนดั้งเดิมเช่นเดียวกับลักษณะผังของเมืองปักกิ่งในสมัยโบราณ ที่อาศัยลักษณะของเทพนิรมิตเป็นหลักในการจัดวางสิ่งก่อสร้าง หากคุณเดินทางมาจากทางทิศใต้ คุณจะผ่านประตูเกียรติหลายแห่งตลอดพื้นที่หุบเขาที่เป็นที่ตั้งของหลุมฝังศพ เส้นทางนี้เรียกว่า เส้นทางวิญญาณ (Soul Paths หรือ เซินเต้า Shendoa) ซึ่งมียามแห่งเกียรติยศเป็นผู้เฝ้าตลอดเส้นทางนี้สองฝั่งฟาก ยามแห่งเกียรติยศรูปมนุษย์ 12 รูปเป็นสัญญาณแทนข้าราชการและทหาร ส่วนอีก 24 รูปคือ สิงโต ม้า อูฐ ช้าง และสัตว์ในพงศาวดาร
ที่ฝังศพสองแห่งจากทั้งหมด 13 แห่งเปิดให้มวลชนเข้าชม สุสานจางหลิง (Changling Tomb) เป็นหลุมฝังศพของจักรพรรดิหย่งเล่อ หลุมฝังศพนี้ยังมิได้มีการขุดค้นแต่อย่างใด และมีโถงบูชาที่งดงามมากหนึ่งแห่งช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในยุคของพระราชาธิราชหย่งเล่อ การบูชายัญมนุษย์เป็นเรื่องที่ไม่แปลกแต่อย่างไร หม่อมห้ามสิบแปดนางของพระองค์จึงติดตามจักรพรรดิสู่ปรโลก หากในรัชกาลจักรพรรดิว่านลี่ (ค.ศ.1573-1620) พิธีการฝังเป็นก็หมดไป ดังนั้นผู้ที่มาทัศนาจรชมหลุมฝังศพจักรพรรดิว่านลี่ซึ่งมีความลึก 89 ฟุต (27 เมตร) แห่งนี้ก็ไม่ต้องหวาดผวากลัวผีสางของผู้หญิงที่ถูกฝังทั้งเป็น ทางเข้าฮวงซุ้ยของจักรพรรดิว่านลี่หรือที่เรียกว่า ตงหลิง (Dingling) ถูกค้นหาเป็นเวลาหลายปีอย่างไร้ผลแต่ในที่สุดในปี ค.ค 1957 ก็ได้มีการพบทางเข้านี้พระมเหสีและนางสนมอย่างละหนึ่งนางของพระองค์ถูกฝังอยู่กับองค์จักรพรรดิ ที่มา http://merrybrighttravel.com/TourChina.html
Monday, July 22, 2013
ปักกิ่ง พระนครแห่งอุดรทิศ ในจีน
พื้นที่รอบเมืองปักกิ่งเป็นที่ตั้งหลักแหล่งของประชากรมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้มีการค้นพบกะโหลกมนุษย์ปักกิ่ง (Sinanothropus pekinenes) ที่หมู่บ้านโจวโข่วเตี้ยน (Zhoukoudian) เป็นหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ นับแต่ ค.ศ.1000 เป็นต้นมา นครแห่งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นพระราชฐานหลักและรองของหลายราชวงศ์ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ในรัชกาลของจักรพรรดิกุบไลข่านแห่งราชวงศ์มองโกลเมืองแห่งนี้ได้ชื่อว่าเมืองคานบาลิค (Khanbaliq ซึ่งแปลว่าเมืองของท่านข่าน) และมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฐานะพระราฐานฤดูหนาวของจักรพรรดิหลายพระองค์
จักรพรรดิหย่งเล่อเป็นนักออกแบบและผู้วางผังเมืองในปี ค.ศ.1421 พระองค์ได้ทรงย้ายฐานราชการจาดเมืองหนานจิงมายัง เมืองเป่ยผิง (Beiping ซึ่งแปลว่าสันติภาพแห่งอุดรทิศ) ซึ่งในที่สุดได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเป่ยจิง (Beijing ซึ่งแปลว่าเมืองหลวงแห่งอุดรทิศ) แต่เมืองนี้มีชื่อเรียกต่างๆกันไปในต่างบ้านต่างเมือง เช่นในประเทศไทยเรียกว่าปักกิ่ง และในประเทศตะวันตกในยุคก่อนเรียกว่า เพกิ่ง (Peking)
หย่งเล่อจักรพรรดิหมิงพระองค์ที่ 3 ได้วางแผนสร้างเมืองตามรูปแบบการทำนายแบบดั้งเดิม ซึ่งใช้ดินทรายโปรยลงบนพื้นเพื่อตีความหมาย การทำนายนี้ตั้งอยู่บนหลักการของ “ลมและน้ำ” ซึ่งหมายจะให้เกิดความเสมอภาค กลมกลืนระหว่างชีวิตมนุษย์และธรรมชาติ เมืองปักกิ่งตั้งอยู่บนที่ราบซึ่งเปิดลงไปทางใต้ และอยู่ใต้เขาน้อยใหญ่ที่วางตัวเป็นครึ่งวงกลมทางทิศอุดร ผังเมืองของที่นี่จึงมีอาคารต่างๆ หันหน้าไปทางทิศใต้เช่นเดียวกับลักษณะทำเลของเมือง ทั้งนี้เพื่อป้องกันพลังหยิน เช่น ลมหนาวจากไซบีเรียหรือข้าศึกศัตรูจากทุ่งหญ้าสเต็ปป์ ส่วนทางด้านใต้เปิดรับพลังอบอุ่นของหยาง ดังนั้นการที่ประตูเซี่ยนเหมินซึ่งเป็นประตูเมืองทางทิศใต้มีความวิจิตร ขนาดและความศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาถ่านหิน (หรือจิงซาน Jingshan) ทางตอนเหนือของพระราชวังเป็นจุดที่มีอากาศโปร่งสบายและสามารถมองลงมาเห็นเมืองปักกิ่งได้ทั้งหมด สนใจทัวร์จีน ติดต่อ>>> http://merrybrighttravel.com/TourChina.html
Thursday, July 11, 2013
ทัวร์จีนเดินเตร็ดเตร่สังเกตเมืองตากอากาศอย่างเมืองเซินเจิ้นกัน
ทัวร์จีนเดินเล่นทัศนะเมืองท่องเที่ยวอย่างเมืองเซินเจิ้นกัน
เดินเล่นทัวร์จีนทั้งที ถ้าไม่ไปเที่ยวเมืองที่ขึ้นชื่ออย่าง เมืองเซินเจิ้นก็คงจะดูตกเทรนด์ไปสักหน่อย ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ทางปากใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณริมฝั่งตะวันออกของปากแม่น้ำจูเจียง ทางตะวันออกหันหน้าสู่อ่าวต้าย่าวานและอ่าวต้าเผิงวาน ทางทิศตะวันตกใกล้ปากแม่น้ำจูเจียงและทะเลหลิงติงหยาง ทางใต้ติดกับแม่น้ำเซินเจิ้นและเกาะฮ่องกง ทางเหนือเชื่อมติดกับเมืองตงกวั่นและฮุ่ยโจว
ลักษณะเฉพาะมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองริมฝั่งทะเลที่ตามสมัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้รับการประเมินให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเด็ดดวงจากรัฐบาลจีน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ของสหรัฐจัดอันดับเมืองเซินเจิ้นเป็นหนึ่งใน 31 เมืองของโลกที่ต้องไปท่องเที่ยวประจำปี 2010
เซินเจิ้น มีแหล่งทรัพยากรการสัญจรทางธรรมชาติที่บริบูรณ์มาก ทางตะวันออกมีชายฝั่งหวงจินไห่อั้นซึ่งเป็นทิวทัศน์ริมชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ทางตะวันตกมีป่าไม้โกงกาง เขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติที่เกาะเน่ยหลิงติงตลอดจนทิวทัศน์ทุ่งนาบนทะเล เป็นต้น เพราะฉนั้นไม่ควรพลาด
ในแดนเขาเขียวน้ำใสมีความยาวกว่า 9 ตารางกิโลเมตรนั้น เซินเจิ้น ได้สร้างเมืองหวาเฉียวขึ้นทางภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตนำร่องการสัญจรเชิงนิเวศระดับชาติแห่งแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้กลุ่มคนสามารถทดสอบสัมผัสสภาพการเลี้ยงชีพแบบคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างเต็มที
ที่เมืองเซินเจิ้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นหนึ่งของโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ที่สร้างเสร็จจำนวน 117 แห่ง ได้แก่ จิ่งซิ่วจงหวา ซึ่งเป็นหมู่บ้านธรรมเนียมดั้งเดิมของจีน หน้าต่างแห่งโลก สวนสนุก เมืองหวาเฉียวในทางตะวันออก และทิวทัศน์ทุ่งนาบนทะเล เป็นต้น คาบสมุทรต้าเผิงที่เซินเจิ้นได้รับการประเมินเป็นชายหาดที่สวยงามที่สุด หนึ่งใน 8 แห่งของจีน
นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์จีนสามารถชิมรสชาติอาหารประเภทต่างๆ ได้จนพอใจ เมืองเซินเจิ้นยังได้สมญานามว่าสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง ไม่ว่าผลิตผลยี่ห้อดังในโลกหรือผลิตผลพื้นเมืองของจีน ที่นี่มีหมดทุกอย่าง ในเทศกาลธรรมเนียมการท่องเที่ยวเมืองเซินเจิ้นมีกิจกรรมฉลองต่างๆ มากมาย ในจำนวนนี้กิจกรรมระดับค่อนข้างใหญ่ ได้แก่ เทศกาลวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของเมืองเซินเจิ้น เทศกาลดนตรีชายหาด เทศกาลเบียร์นานาชาติที่หน้าต่างแห่งโลก เทศกาลคาร์นีวัลที่เมืองหวาเฉียว และเทศกาลมายากลระหว่างประเทศที่สวนสนุก ซึ่งได้กลายเป็นเทศกาลมายากลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโลกของปัจจุบัน เมืองเซินเจิ้นยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญในปากใต้ของจีน และเป็นเมืองที่มีทั้งด่านศุลกากรทางทะเล ทางบกและทางอากาศรวมในที่แห่งเดียวของจีน ความรื่นเริงยังไม่มีแค่นี้ในการทัวร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนยังมีอีกมากมายหลายเมืองที่น่าดึงดูด ยังไงไปทัวร์จีนอย่าลืมแวะไปเมืองเซินเจิ้นกันนะคะ