Tuesday, December 23, 2014

3 กลวิธีเด็ด เพิ่มยอดขายช่วงเทศกาลสำคัญ ด้วยสื่อโฆษณา Facebook Retargeting

Facebook Retargeting

คงไม่รับไม่ได้ว่า ช่วงตั้งเเต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปยาวจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า คือช่วงงานเทศกาลจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อเครื่องบรรณาการ ของตกแต่งบ้าน เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขมากมาย อาทิ

วันคริสมาสต์ เถลิงศก วันวาเลนไทน์ เลยไปถึงสงกรานต์ปีใหม่ไทย เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ที่ควรมองหาวิธีพลิกแพลง ไม้เด็ดวิธีเพิ่มผู้ซื้อใหม่เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจตน

แต่การทำโฆษณากับกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จักธุรกิจของเรามาก่อน ต้องใช้งบประมาณที่สูง เพื่อให้ผู้ใช้เกิดความรู้จัก เกิดความเชื่อมั่น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการทำโฆษณากับฐานลูกค้าเดิมของธุรกิจ ซึ่งเป็นคนที่รู้จักและสนิทสนมกับธุรกิจอยู่แล้ว หรือเคยเป็นลูกค้ามาก่อนแล้ว การจะทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ซื้อสินค้าจะทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ธุรกิจอาจใช้งบประมาณน้อยกว่ามากในการทำโฆษณา เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้จักธุรกิจมาก่อน มีความเลื่อมใสมาก่อน มีความต้องการอยู่แล้วบ้างไม่มากก็น้อย จึงต้องการการกระตุ้นในขั้นสุดท้ายเท่านั้นก่อนการตกลงใจซื้อ

Facebook มีเครื่องมือในการทำโฆษณาที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดต่อกับกลุ่มผู้บริโภคที่รู้จัก หรือเคยซื้อสินค้ากับธุรกิจแล้วโดยตรง ที่เรียกว่า การทำ Retargeting ซึ่งการทำ Retargeting นี้ถือเป็นการทำโฆษณาบน Facebook ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดวิธีหนึ่ง โดยธุรกิจสามารถใช้กุศโลบาย การทำ Retargeting เพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจได้ด้วยมากมายวิธี อย่างนี้

1. กลอุบายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เคยรู้จักธุรกิจอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นลูกค้า
ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเป็นผู้ที่รู้จักธุรกิจอยู่แล้ว เช่น เคยเข้าชมWebpageธุรกิจ (Website Visitor) โดยธุรกิจสามารถจดจำผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้จากการ ติดตั้งโค้ด Retargeting ในหน้าเพจต่างๆ บนเว็บไซต์ เช่น หน้าแรก, หน้าแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนั้น ยังสามารถจดจำผู้ที่เข้ามากด Like Facebook Page ของธุรกิจอีกด้วย ซึ่งการทำ Retargeting ทำได้โดยการสร้างแคมเปญทางการตลาด ส่งสินค้าที่สะดุดตา น่าสนใจ กระตุ้นการจดจำ สร้างความผูกพันให้ธุรกิจอยู่ในใจของกลุ่มผู้บริโภคนี้ จนกระทั่งสามารถสร้างความต้องการ และตกลงใจซื้อสินค้าในที่สุด หรือ สร้างให้เกิดการกลับมาหาธุรกิจเอง เมื่อผู้บริโภคเกิดความต้องการในสักวัน

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อเคยมาเยี่ยมชมเว็บ หรือเป็น Fan ใน Facebook Fan Page ของร้านอาหาร เราสามารถ Retargeting เชิญชวนผู้บริโภคกลุ่มนั้นมาซื้อคูปองบุฟเฟต์ โดยส่งโฆษณาไปแสดงในพื้นที่ของ Facebook บน News Feed ของกลุ่มผู้ซื้อนี้ เพื่อชวนมาซื้อคูปองบุฟเฟ่ต์ทานอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนเพื่อสมโภชในช่วงเดือนธันวาคมหรือมกราคม

2. แผนการการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีความสนใจในสินค้าบางรายการเฉพาะเจาะจง หรือเคยสั่งซื้อสินค้ารายการนั้นๆ แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน
ผู้เยี่ยมชมWebsiteที่เคยเข้ามาที่หน้าเว็บผลิตภัณฑ์บางรายการ หรือเคยสั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีความต้องการของซื้อของขายในระดับสูงมาก แต่อาจจะมีเหตุผลในอดีตที่ทำให้ยังไม่ซื้อ การสร้างแคมเปญมุ่งไปที่โปรดักส์รายการนั้นๆ แต่ให้ความคุ้มค่าที่มากขึ้น เช่น ราคาพิเศษ หรือ โปรโมชั่น และส่งโฆษณาไปเฉพาะผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เฉพาะคนนั้น ๆ เพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้กลับมาซื้อสินค้าชิ้นนั้นอีกครั้ง เป็นทางเลือกที่นับว่าคุ้มค่าคุ้มเงินสื่อโฆษณาที่สุดอีกทางหนึ่งที่ธุรกิจไม่ควรพลาด

ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าต้องการซื้อต้นคริสมาสต์สำหรับใช้ตกแต่งบ้าน แล้วเข้าไปในเว็บเพจเคยดูต้นคริสมาสต์แบบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงิน หากเว็บไซต์มีการทำ Retargeting เมื่อผู้บริโภคเข้ามาที่ Facebook ของตนก็จะพบกับแบนเนอร์โฆษณาต้นคริสมาสต์ร้านนี้ปรากฏอยู่ในหน้า News Feed ในพื้นที่โฆษณา

3. สร้างการซื้อซ้ำ หรือการซื้อของเพิ่มจากผู้บริโภคเดิม
สำหรับผู้บริโภคที่เคยสั่งซื้อสินค้าไปแล้ว และธุรกิจก็มีฐานข้อมูลของผู้ซื้อเหล่านั้น จัดเก็บไว้ในรูปแบบอีเมล หรือเบอร์โทร ธุรกิจก็สามารถนำมาทำ Retargeting เพื่อให้ลูกค้าเหล่านั้นมาซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าชิ้นแรกที่ผู้บริโภคได้ซื้อไป หรือสินค้ารุ่นใหม่ ที่ใช้ร่วมกับสินค้าเดิม โอกาสในการเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น หากธุรกิจทำ Retargeting จับคู่สินค้าได้อย่างถูกต้อง วิธีการนี้ทำได้ยากยิ่งนักสำหรับธุรกิจออฟไลน์ แต่การโฆษณาOnlineผ่าน Facebook ทำให้เกิดขึ้นได้

ยกตัวอย่างเช่น กิจการขายกล้องออนไลน์ มีฐานลูกค้าที่ซื้อกล้องแต่ละรุ่นไปแล้ว โดยเก็บอีเมลผู้ใช้กลุ่มนี้ไว้ ธุรกิจสามารถเชิญชวนลูกค้าที่ซื้อกล้องรุ่นหนึ่ง ๆ มาซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและใช้งานร่วมกับกล้องรุ่นนั้นๆ โดยการทำ Retargeting ส่งโฆษณาไปยัง Facebook Newsfeed หรือเชิญชวนมาซื้อกล้องรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน

ในยุคสมัยนี้ที่ผู้บริโภคสามารถคัดสรรข้อมูลโปรดักส์ บริการ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้เปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อนานมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนในการปิดการจัดจำหน่ายกับลูกค้าใหม่ที่สูงขึ้น เพราะต้องสร้างการรับรู้และความเชื่อถือกว่าจะนำไปสู่การสั่งซื้อของซื้อของขายได้ ดังนั้น อย่าลืมที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดกับฐานลูกค้าเดิมที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว การทำโฆษณา Facebook Retargeting สู่ฐานผู้ซื้อเดิมของธุรกิจ นับว่า น่าศึกษา และคุ้มค่าที่สุด!

No comments:

Post a Comment